แบน หรือ ไม่แบน – นั่นคือคำถามเสรีภาพ

12.5.12

 


English Version ...Click


แบน หรือ ไม่แบน นั่นคือคำถามเสรีภาพ

12 พฤษภาคม 2555, กทม.


ถึง ชาวเชคสเปียร์ต้องตาย ทั้งกองถ่ายและญาติมิตร

พวกเราคงได้เห็นข่าวร้ายของเมื่อวานกันแล้ว: การอุทธรณ์ของเราถูกปฏิเสธ ดังนั้น คำสั่งแบนเชคสเปียร์ต้องตาย คงอยู่ อย่างถาวร

บ่ายเมื่อวานนี้ ประมาณ 4 โมงเย็น คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ โดยมี พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม นั่งเป็นประธานแทน นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความเห็นว่า เชคสเปียร์ต้องตาย นั้นสร้างความแตกแยกต่อสามัคคีของคนในชาติ จึงมีมติให้คงเรต ห้ามฉายและจัดจำหน่ายในราชอาณาจักรไทย ตามคำตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์ (กองเซ็นเซอร์)

เราไม่ยอมรับมติอันไร้เหตุผลเช่นนี้

การต่อสู้ของเราดำเนินต่อไป เพื่อให้ เชคสเปียร์ต้องตายได้ฉายในเมืองไทย ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม ถึงแม้ว่าได้ปรากฏให้เห็นเด่นชัดกันแล้วว่า เราจะต้องต่อสู้ทั้งกับกฎหมายและโครงสร้างที่เป็นเผด็จการ ทั้งความกลัวในสังคมใต้การปกครองของรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งกลุ่มผลประโยชน์ซ่อนเร้น และการใช้อำนาจอันไร้จริยธรรมและความกล้าหาญ ทั้งขบวนการก็ตาม

อนึ่ง ขณะที่เรารอคอยมติของคณะกรรมการอยู่หน้าห้องประชุมที่กระทรวงวัฒนธรรม น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงและกองเซ็นเซอร์กลับต้องมานั่งรออยู่ข้างนอกกับเราและกองทัพสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประชุมเรื่องนี้ด้วย ราวกับว่าวาระ เชคสเปียร์ต้องตาย เป็นเรื่องของใบสั่งดำมืดที่ต้องปฏิบัติตามในที่ลับตาคน ยิ่งกว่านั้น ทั้งพลเอกยุทธศักดิ์ (ซึ่งเพิ่งบอกผ่านผู้ช่วยของท่านในออฟฟิศที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ท่านไม่เห็นว่าจะต้องแบน และการตัดสินอุทธรณ์วันที่ 11 พ.ค.จะมีลักษณะประนีประนอม) ทั้งรัฐมนตรีวัฒนธรรม สุกุมล คุณปลื้ม ทั้งปลัดกระทรวง สมชาย เสียงหลาย ไม่ยอมอยู่แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่มานั่งรออยู่เป็นจำนวนมาก ปล่อยให้รองปลัด อภินันท์ โปษยานนท์ เป็นผู้แถลงข่าวร้ายที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันและน่าตกใจสำหรับทุกคนในที่นั้น ท่านยอมรับกับนักข่าวว่าอึดอัดใจกับมติครั้งนี้ และเห็นว่ากฎหมายแบนภาพยนตร์คงต้องมีการแก้ไข (อ่านคำสัมภาษณ์บางส่วนของท่านใน นสพ.ไทยรัฐ และไทยรัฐออนไลน์)

ดังนั้น ทุกคนอย่าเพิ่งสิ้นหวัง เราต้องสู้ต่อไปเพื่อภาพยนตร์ไทยทุกเรื่องในอนาคต หากว่าเรายอมแพ้ ก็เท่ากับว่าภาพยนตร์ไทยยอมรับสภาพในโซ่ตรวนที่มัดตรึงเราไว้ ไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเป็นสื่อศิลปะที่มีศักดิ์ศรี และจิตวิญญาณเสรี

ด้วยความรักนับถือทุกๆ คน และขอบคุณสำหรับกำลังใจ



มานิต ศรีวานิชภูมิ ผู้อำนวยการสร้าง

อิ๋ง กาญจนะวณิชย์ ผู้กำกับ